การตั้งชื่อมักติดเมื่อเริ่มจากการระดมคำจำนวนมากโดยยังไม่รู้ว่าชื่อควรทำหน้าที่อะไร บางธุรกิจต้องการชื่อที่อธิบายหมวดได้ทันที บางธุรกิจต้องการชื่อที่สร้างโลกของตัวเอง และบางธุรกิจต้องการชื่อที่เจ้าของเล่าได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เริ่มคิดชื่อจากกลยุทธ์ ไม่ใช่จากพจนานุกรม

กำหนดก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายคือใคร แบรนด์อยู่ในหมวดใด อยากให้ชื่อรู้สึกแบบไหน และควรหลีกเลี่ยงความเข้าใจอะไร จากนั้นสร้างพื้นที่คำจากที่มา วัตถุดิบ พฤติกรรม ประโยชน์ อารมณ์ สถานที่ หรือแนวคิดที่เกี่ยวข้อง

รูปแบบชื่อที่พบได้บ่อย

ชื่ออธิบายตรงเข้าใจหมวดง่าย แต่อาจแตกต่างยากและผูกกับบริการปัจจุบันมาก
ชื่อชวนเชื่อมโยงสื่อคุณค่าหรือความรู้สึกโดยไม่อธิบายตรง เปิดพื้นที่ให้แบรนด์เล่าเรื่อง
ชื่อสร้างใหม่มีโอกาสโดดเด่นและเป็นเจ้าของได้มากขึ้น แต่ต้องลงทุนสร้างความคุ้นเคย
ชื่อบุคคลหรือสถานที่มีเรื่องราวและความจริงแท้ แต่ควรคิดล่วงหน้าว่าจะรองรับทีมและตลาดใหม่ได้หรือไม่

ใช้เกณฑ์อะไรคัดชื่อ

  1. ออกเสียงและฟังซ้ำได้โดยไม่ต้องอธิบายการสะกดทุกครั้ง
  2. จังหวะและความรู้สึกตรงกับบุคลิกของแบรนด์
  3. แตกต่างจากคู่แข่งมากพอเมื่อเห็นหรือได้ยินในบริบทเดียวกัน
  4. ไม่ล็อกธุรกิจไว้กับสินค้าชิ้นเดียวหรือพื้นที่เดียวโดยไม่จำเป็น
  5. เขียนได้ชัดในภาษาและช่องทางหลักที่แบรนด์ต้องใช้

ตรวจสอบอะไรบ้างก่อนตัดสินใจใช้

ค้นหาชื่อและเสียงใกล้เคียงในหมวดธุรกิจ ตรวจโดเมนและชื่อผู้ใช้บนช่องทางสำคัญ ตรวจความหมายในภาษาที่เกี่ยวข้อง และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องหมายการค้าเมื่อจะนำไปใช้เชิงพาณิชย์ การพบชื่อว่างบนโซเชียลไม่ได้แปลว่าสามารถจดหรือใช้ได้โดยไม่มีความเสี่ยง